ตอนที่ 15
เมื่อรู้สึกตัวแล้ว วีหนึ่งถามว่าพ่อแม่ตนอยู่ไหน พยาบาลบอกว่าคุยกับหมอและครูสองคนอยู่ห้องข้างๆ วีสงสัยว่าครูสองคนเป็นใคร ที่แท้คือทรายกับครูพรรณี
หมอบอกว่าพ่อแม่ต้องเข้าใจปฏิกิริยาของคนในครอบครัวที่มีต่อกันมากขึ้น เช่นบางครั้งลูกบอกเราว่าไม่เครียดแต่จริงๆแล้วเขาอาจจะเครียดอยู่ หรือบางคำพูดเราพูดด้วยความหวังดี แต่จริงๆเป็นการกดดันลูกโดยไม่รู้ตัว จุลมาสยอมรับว่าบางครั้งตนก็สร้างความกดดันหลายอย่างให้ลูกโดยไม่รู้ตัว
หมอบอกว่าในเรื่องการเรียนคงต้องให้เด็กพักไปก่อน ครูพรรณีบอกว่าตนจะประสานกับครูประจำชั้นทำเรื่องลาป่วยเฉพาะกิจให้ ไม่ต้องห่วง ส่วนไวทินก็พูดจากใจว่า
“ผมต้องขอบคุณทุกๆท่านมากเลยนะครับที่ให้ความช่วยเหลือลูกและครอบครัวพวกเรา ขอบคุณจริงๆครับ”
ส่วนทรายก็ขอบคุณทั้งไวทินและจุลมาสที่ร่วมมือเพราะคนที่อยู่ใกล้ชิดและมีอิทธิพลกับเด็กมากที่สุดก็คือพ่อแม่
ทรายจับมือจุลมาสให้กำลังใจ ต่างมองหน้ากันด้วยความรู้สึกขอบคุณ พรรณีมองภาพตรงหน้าด้วยความปีติ
เมื่อทรายกับครูพรรณีเดินออกจากห้องวี ครูพรรณีเอ่ยด้วยความรู้สึกสะเทือนใจว่า เพิ่งทราบว่างานครูทรายหนักและเป็นงานละเอียดมาก ต้องใช้การสื่อสารทั้งพูดและฟังอย่างรอบคอบ ขนาดมีแค่เด็กไม่กี่คน ไม่แปลกใจเลยที่ไม่ค่อยเห็นครูทรายกับ ผอ.อยู่ห้อง บางเคสมันไม่ใช่แค่ในโรงเรียนจริงๆ เป็นงานเหนื่อยแต่ผลที่ออกมาก็น่าชื่นใจ
ทรายปลื้มปีติกับงานที่ทำ แต่ก็ใจหายเมื่อนึกถึงเส้นตายของนพลักษณ์ที่ว่าให้ทรายอยู่เคลียร์งานทั้ง 5 เคส แต่ให้เวลาแค่เทอมเดียว ปิดเทอมเมื่อไหร่ต้องลาออกทันที...
ooooooo
เมื่อปราบกับอลินช่วยกันทำทุกอย่างเพื่อลูกจนบุ๊คอาการดีสามารถผ่านการไปเรียนวันแรกได้อย่างดี ครอบครัวอบอุ่นน่ารัก อลินแสดงฝีมือทำอาหารฉลองกัน
อลินทำเบอร์เกอร์เนื้อให้ปราบกับบุ๊ค ทำเบอร์เกอร์ผักให้เฌอฟ้า และเบอร์เกอร์ปลาของตัวเอง ทุกคนร้องสุดยอด! น่ากินมาก
“ฉลองที่บุ๊คผ่านวันแรกไปได้อย่างสวยงามปรบมือค่า...”
เฌอฟ้าชมว่าฝีมือเบอร์เกอร์ของน้าลินเลื่องลือมาก เพื่อนๆตนติดใจมาก บุ๊คบอกว่าแม่ทำอะไรก็อร่อย อลินถามบุ๊คว่าแม่ทำขายได้ไหม บุ๊คบอกว่าได้แน่นอน
บุ๊คขอบคุณแม่ที่อยู่ต่อ อลินบอกว่าเงินก็สำคัญ แต่ลูกสำคัญกว่า แต่ต่อจากนี้เราต้องประหยัดกว่าเมื่อก่อน ถามว่าบุ๊คทำได้ไหม
“สบายมากแม่ เอาจริงๆถ้าแม่ทำกับข้าวกินแบบนี้ทุกวันก็แทบไม่ต้องใช้เงิน ยิ่งไม่ต้องเล่นเกมเงินเหลือเพียบ” บุ๊คพูดแล้วหัวเราะขำๆกับแม่










